ประเทศไทยเป็นประเทศที่อากาศร้อนตลอดปีและไม่มีหิมะให้เห็นตามฤดูกาล ☀️ เมื่อมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ หลายคนจึงเลือกจุดหมายที่สามารถสัมผัสหิมะจริง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศแถบเอเชียหรือยุโรป 🌏❄️ เพราะอยากเปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับการเห็นหิมะครั้งแรกในชีวิต ✨
แต่เพราะเราไม่คุ้นชินกับอากาศที่หนาวจัด การเตรียมตัวอย่างดีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ทั้งเพื่อความอบอุ่น ความปลอดภัย และเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่หิมะหรืออุณหภูมิต่ำมาก 🧤🧣
บทความนี้ ฟ้าสวยจะพาทุกคนไปเรียนรู้วิธี เตรียมตัวเที่ยวหิมะแบบมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจระดับความหนาว วิธีเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสม รวมถึงอุปกรณ์สำคัญที่ควรพกติดตัว 🎒☃️ เพื่อให้ทริปของคุณเต็มไปด้วยความสนุก ความประทับใจ และความอบอุ่นตลอดการเดินทางค่ะ 💙✨
1. ตรวจเช็กสภาพอากาศและความหนาวก่อนออกเดินทาง

ารตรวจเช็กสภาพอากาศล่วงหน้า เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ในการ เตรียมตัวเที่ยวหิมะ เพราะความหนาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ตัวเลขอุณหภูมิ” เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความชื้นและแรงลมด้วย ดังนั้นก่อนเดินทางจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า วัน เวลา และสถานที่ที่ต้องการไป มีอุณหภูมิเท่าไหร่ ลมแรงระดับไหน และมีโอกาสเกิดพายุหิมะมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้สามารถวางแผนการแต่งกายและเตรียมอุปกรณ์กันหนาวได้อย่างเหมาะสม โดยปัจจุบันสามารถตรวจเช็กผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศที่ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยให้เตรียมตัวได้ตรงกับสภาพอากาศจริงมากยิ่งขึ้น โดยพี่เห็ดมีแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบสภาพอากาศมาแนะนำ
2. เที่ยวสัมผัสหิมะ ควรแต่งตัวยังไง?

การแต่งตัวให้ถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญของการ เที่ยวหิมะ เพราะจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่น เคลื่อนไหวคล่องตัว และลดความเสี่ยงจากการสัมผัสอากาศหนาวจัดจนรู้สึกชาหรือบาดเจ็บผิวหนังได้เป็นอย่างดี โดยมีแนวทางการเลือกชุดดังต่อไปนี้
1. ชั้นแรก Base Layer (ชั้นสัมผัสผิว)
ควรเลือกเสื้อและกางเกงที่แนบตัวเพื่อช่วยกักเก็บความอบอุ่น และระบายเหงื่อได้ดี โดยเนื้อผ้าที่เหมาะคือ ผ้าที่แห้งไวและไม่อุ้มน้ำ เช่น Long John, Heattech, Merino Wool หรือ Polyester และควรหลีกเลี่ยงชุดผ้าฝ้ายที่กักเก็บความชื้นได้ดี อาจทำให้ร่างกายเย็นกว่าเดิมได้เมื่อต้องอยู่ในอากาศหนาวจัด
2. ชั้นกลาง Mid Layer (ชั้นเก็บความร้อน)
ควรเลือกเสื้อที่ช่วยกักเก็บอุณหภูมิของร่างกายได้ดี โดยเน้นวัสดุที่มีฉนวนความร้อน เช่น เสื้อ Fleece, เสื้อขนเป็ด (Down Jacket) หรือ เสื้อสเวตเตอร์ ที่ให้ความอบอุ่น ทั้งยังควรมีน้ำหนักเบาและสวมซ้อนกับชั้นอื่นได้สะดวก หากต้องเผชิญอากาศที่ติดลบมากควรเลือกเสื้อที่มีคุณสมบัติกักเก็บความร้อนสูง เพื่อป้องกันการสูญเสียอุณหภูมิของร่างกายขณะอยู่กลางแจ้งหรือในพื้นที่ลมแรง
3. ชั้นนอก Outer Layer (ชั้นกันหิมะและลม)
ควรเลือกเสื้อกันหนาวที่ช่วยป้องกันความชื้นจากหิมะและลมหนาวเป็นหลัก โดยเน้นคุณสมบัติกันน้ำและกันลม เพื่อป้องกันความเย็นแทรกเข้าสู่ร่างกาย ไม่แนะนำให้ใส่กางเกงยีนส์เนื่องจากหิมะเกาะง่าย และถ้ากางเกงยีนส์เปียกจะทำให้รู้สึกหนาวเย็นและเปียกชื้นกว่าเดิม นอกจากนี้ควรมีฮู้ดป้องกันศีรษะ และซิปที่ปิดได้ถึงลำคอ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นมากยิ่งขึ้น
3. เที่ยวสัมผัสหิมะ ควรใส่รองเท้าและถุงเท้ายังไง?

การเลือกรองเท้าและถุงเท้าเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการ เตรียมตัวเที่ยวหิมะ เพราะหากเลือกไม่เหมาะสมอาจทำให้ล้ม บาดเจ็บ หรือรู้สึกหนาวจนเดินเที่ยวไม่สนุกได้ จึงควรคำนึงทั้งความปลอดภัย ความอบอุ่น และความสะดวกในการเดินเป็นหลัก ดังนี้
1. รองเท้าสำหรับลุยหิมะหนา
ในพื้นที่ที่มีหิมะหนา เช่น เดินชมหมู่บ้านหิมะ เล่นสกี หรือปีนเขาหิมะ ควรเลือกรองเท้าหุ้มข้อหรือสูงกว่าตาตุ่ม ที่มีพื้นหนาและดอกยางลึก เพื่อให้ยึดเกาะพื้นหิมะหรือน้ำแข็งได้ดี ลดโอกาสลื่นล้ม พร้อมทั้งป้องกันความชื้นไม่ให้ซึมเข้าสู่ด้านใน โดยอาจเลือกรองเท้ามีการบุด้วยฟลีซหรือฉนวนความร้อนเพิ่มเติม เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิของเท้าให้อุ่นสบายได้ยาวนานยิ่งขึ้น และต้องกันน้ำ กันหิมะ
2. รองเท้าสำหรับการเดินทั่วไป
ถ้าใช้งานสำหรับการเดินทั่วไป ไม่ได้ลุยหิมะหนักๆ เช่น เดินเที่ยวในตัวเมือง ร้านค้า หรือพื้นที่ที่มีหิมะไม่ลึก สามารถเลือกใส่รองเท้าผ้าใบ รองเท้าหนังแฟชั่น หรือรองเท้าเสริมส้นได้เล็กน้อย โดยควรเป็นรุ่นที่มีพื้นยางและดอกยางลึกพอสมควร เพื่อช่วยยึดเกาะพื้นไม่ให้ลื่นง่าย พร้อมทั้งควรมีคุณสมบัติกันน้ำหรือกันละอองหิมะได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นจากหิมะละลายซึมเข้าไป จนทำให้เท้าเย็นจนรู้สึกไม่สบายระหว่างเดินเที่ยว
3. ถุงเท้าสำหรับใส่เที่ยวหิมะ
ควรเลือกแบบที่ช่วยเก็บความอบอุ่นได้ดีและไม่อุ้มน้ำ โดยเนื้อผ้าที่เหมาะสมคือ ผ้าวูล (Wool), Merino Wool หรือผ้า Fleece ซึ่งมีคุณสมบัติคงความร้อนและระบายความชื้นได้ดีกว่าถุงเท้าผ้าฝ้าย ช่วยให้เท้าแห้ง อบอุ่น และไม่ชื้นจากเหงื่อหรือหิมะละลาย นอกจากนี้ควรเลือกความหนาในระดับพอดี ไม่บีบรัดจนเกินไป หรือจำนวนชั้นเยอะเกินไป เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก และสามารถใส่ร่วมกับรองเท้าบูทหรือรองเท้ากันหนาวได้สบายมากขึ้น
4. การดูแลสุขภาพและผิวพรรณเมื่อท่องเที่ยวในพื้นที่หิมะ

อากาศหนาวจัดและความชื้นต่ำในช่วงฤดูหิมะสามารถทำให้ผิวแห้ง แตก และระคายเคืองได้ง่าย จึงควรให้ความสำคัญกับการบำรุงและปกป้องผิว โดยเตรียมผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นดังนี้
1. ครีมทาผิว พี่เห็ดขอแนะนำให้เลือกครีมที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้นเป็นหลัก เช่น Shea Butter, Ceramide, Hyaluronic Acid หรือ Petroleum Jelly โดยควรทาหลังอาบน้ำทันที และทาซ้ำบริเวณที่แห้งง่าย เช่น ข้อศอก มือ หรือหน้าแข้ง เพื่อลดการสูญเสียความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และลดอาการแห้งลอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ครีมทาหน้า ควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น และหลีกเลี่ยงสูตรที่มีสารผลัดเซลล์ผิวเข้มข้น เช่น AHA, BHA, Retinol รวมถึงที่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม เพราะอาจทำให้ผิวบางลงและไวต่อสภาพอากาศหนาวมากขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการแห้ง ลอก แสบผิว หรือเกิดการระคายเคืองได้ง่ายเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำและลมแรง
3. ลิปบาล์ม เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะริมฝีปากเป็นส่วนที่สูญเสียความชื้นได้รวดเร็วเมื่ออยู่ในอากาศหนาว จึงมีโอกาสแห้ง แตก หรือเป็นแผลได้ง่าย โดยควรเลือกลิปบาล์มเนื้อเข้มข้นที่มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื้นสูง และหากอยู่กลางแจ้งควรเลือกลิปบาล์มที่มี SPF เพื่อป้องกันรังสี UV ที่อาจทำให้ริมฝีปากหมองคล้ำหรือไหม้ได้ แนะนำให้พกไว้ทาระหว่างวันด้วยจะดีมากค่ะ
5. อุปกรณ์กันหนาวที่ควรพกเมื่อไปเที่ยวพื้นที่หิมะ

การพกอุปกรณ์กันหนาวถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การ เที่ยวหิมะ สบายขึ้นมาก โดยอุปกรณ์ต่อไปนี้จะช่วยป้องกันความหนาว ลดการสูญเสียความร้อนจากร่างกาย และป้องกันอาการเจ็บแสบจากลมหนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. แผ่นร้อน เป็นอุปกรณ์ยอดฮิตที่ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น โดยเฉพาะบริเวณมือ เท้า หรือช่วงล่างของลำตัว สามารถเลือกแบบใช้แล้วทิ้ง หรือแบบประคบซ้ำได้ โดยควรพกติดกระเป๋าและใช้งานเมื่ออยู่กลางแจ้งนานๆ หรือเมื่อลมแรงมาก
2. ที่ปิดหูกันหนาว ใบหูเป็นส่วนที่สูญเสียความร้อนเร็วและไวต่ออากาศเย็น หากเผชิญลมแรงอาจรู้สึกเจ็บหรือชาได้ ไปจนถึงอาจมีอาการปวดในรูหูเมื่อเจออากาศหนาวจัด การใส่ที่ปิดหูช่วยป้องกันความหนาวจะทำให้รู้สึกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ติดลบหรือมีพายุหิมะ นอกจากกันความหนาวแล้ว ยังเป็นไอเทมสำหรับสายแฟชั่นได้อีกด้วย เพราะเดี๋ยวนี้มีดีไซน์น่ารักๆ ให้เลือกเยอะมาก
3. แว่นตากันหิมะหรือแว่นกันแดด หิมะสามารถสะท้อนแสงแดดได้แรงกว่าพื้นทั่วๆ ไป การใส่แว่นกันแดดหรือแว่นตากันหิมะจะช่วยป้องกันแสงจ้าและรังสี UV ที่อาจทำให้แสบตา น้ำตาไหล หรือเกิดอาการตาพร่ามัวได้
4. ผ้าพันคอ เป็นอุปกรณ์ช่วยป้องกันลมหนาวไม่ให้เข้าสู่ลำคอและหน้าอก โดยควรเลือกวัสดุที่ให้ความอุ่น เช่น Wool หรือ Fleece และควรมีขนาดเพียงพอที่จะพันรอบคออย่างมิดชิด เพื่อลดการสูญเสียความร้อนและป้องกันอาการเจ็บคอจากลมหนาว
5. ถุงมือ ควรเลือกถุงมือที่มีฉนวนกันความหนาวและสามารถกันลมได้ดี แต่หากเป็นพื้นที่ที่มีหิมะหนาหรือมีกิจกรรมที่ต้องสัมผัสหิมะโดยตรง ควรเลือกแบบที่มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำเพื่อป้องกันความชื้นจากหิมะละลาย และป้องกันอันตรายที่เกิดจากการโดนหิมะกัด ส่วนการใช้งานทั่วไปในเมือง พี่เห็ดแนะนำให้เลือกถุงมือที่รองรับการใช้งานหน้าจอสัมผัส (Touchscreen) เพื่อให้สามารถถ่ายภาพหรือใช้โทรศัพท์ได้สะดวก โดยไม่ต้องถอดถุงมือบ่อยๆ
6. ของใช้จำเป็นอื่นๆ ที่ควรพกเมื่อเดินทางไปเที่ยวพื้นที่หิมะ
การ เตรียมตัวเที่ยวหิมะ ท่ามกลางอากาศหนาวจัด ไม่ได้มีเพียงเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์กันหนาวเท่านั้นที่ต้องเตรียมให้พร้อม แต่ยังมีของใช้เสริมบางชนิดซึ่งเป็นของจำเป็นที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ดังนี้
1. พาวเวอร์แบงก์ ควรพกติดตัวไว้เสมอเมื่อเดินทางไป เที่ยวหิมะ เพราะอากาศเย็นจะทำให้แบตเตอรี่โทรศัพท์และกล้องลดลงเร็วกว่าปกติ การมีพาวเวอร์แบงก์สำรองที่มีความจุเพียงพอจะช่วยให้ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน โดยควรเก็บพาวเวอร์แบงก์ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในหรือที่อุ่นๆ เพื่อป้องกันแบตเสื่อมจากอุณหภูมิต่ำและควรพกสายชาร์จให้ครบถ้วนตามอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งาน เพื่อความสะดวกระหว่างเดินทาง
2. กระเป๋าขนาดเล็ก หากเดินทางไปพื้นที่ที่ต้องเดินลุยหิมะ เช่น หมู่บ้านหิมะในฮาร์บิน หรือพื้นที่ท่องเที่ยวกลางแจ้งที่รถเข้าไม่ถึง การใช้กระเป๋าใบเล็กสะพายหลังหรือสะพายข้างจะสะดวกกว่า เพราะพื้นหิมะหนาอาจทำให้ลากกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้ลำบาก อีกทั้งยังช่วยให้พกของจำเป็นระหว่างเดินได้คล่องตัวมากขึ้นอีกด้วย
3. ซองกันน้ำหรือถุงซิปล็อก ช่วยป้องกันความชื้นจากหิมะละลายที่อาจสัมผัสกับโทรศัพท์ พาสปอร์ต เงินสด หรือเอกสารสำคัญ จึงควรมีติดไว้สำหรับเก็บของไวต่อความชื้น หรือใส่ในกระเป๋าเป้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น
4. ผ้าเช็ดหน้าแบบแห้งหรือกระดาษทิชชู่ ในสภาพอากาศหนาวอาจทำให้มีน้ำมูกไหลบ่อย จึงควรพกทิชชู่แห้งหรือผ้าเช็ดหน้าไว้เช็ดระหว่างเดินทางด้วย แต่ควรหลีกเลี่ยงการพกทิชชู่เปียกเพราะกระดาษอาจแข็งตัวได้เมื่อเจออากาศเย็นจัด
7. ความปลอดภัยเมื่ออยู่ในพื้นที่หิมะ
การท่องเที่ยวในสถานที่ที่มีหิมะปกคลุม แม้จะเต็มไปด้วยความสวยงาม แต่ก็มีความเสี่ยงที่ควรระมัดระวัง เพราะพื้นผิวที่ลื่น อากาศที่หนาวจัด และหิมะละลายบางประเภทอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ซึ่งมีข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัย ดังนี้
1. เดินอย่างระมัดระวังบนพื้นลื่น ให้ย่ำเท้าสั้นๆ ไม่ก้าวยาวและเอนตัวเล็กน้อยไปด้านหน้า เพื่อป้องกันการลื่นล้ม
2. หลีกเลี่ยงการวิ่งหรือกึ่งวิ่งบนพื้นน้ำแข็ง เพราะพื้นเย็นจัดอาจลื่นเป็นพิเศษ
3. ไม่ควรสัมผัสหิมะด้วยมือเปล่านานๆ เพราะอาจทำให้ผิวชาและเสี่ยงต่ออาการ “Frostbite” หรือ ผิวไหม้จากความเย็น
4. รักษาความอบอุ่นของร่างกายอยู่เสมอ โดยใส่ถุงมือ ผ้าพันคอ หมวก และรองเท้ากันลื่น
5. หากเจอลมแรงหรือพายุหิมะ ควรหาที่หลบและหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
6. ระวังหิมะที่สะสมตามหลังคาหรือกิ่งไม้ เพราะอาจหล่นลงมากะทันหันขณะเดินผ่าน
การเดินทางไปสัมผัสหิมะคือประสบการณ์ที่สวยงามและน่าประทับใจ 🌨️✨ แต่เพื่อให้ทริปเต็มไปด้วยความสนุกและความปลอดภัย การเตรียมตัวสำหรับการท่องเที่ยวในสภาพอากาศหนาวจัดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ❄️🧣
หากพร้อมในทุกด้านก่อนออกเดินทาง พี่เห็ดมั่นใจว่าเพื่อน ๆ จะสามารถเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของฤดูหนาวได้อย่างเต็มที่ ⛄💙 เที่ยวได้อย่างอุ่นใจ และกลับมาพร้อมความทรงจำดี ๆ ที่ไม่อาจลืมเลยค่ะ 📸✨


💙 ฟ้าสวย แทรเวล … เพื่อนแท้ของการเดินทาง 🛩️
บริการทัวร์ท่องเที่ยวทั่วโลก
ใบอนุญาตเลขที่ 11/10495
ชอบ บทความ ฟ้าสวย แทรเวล ทำไงดี…❓
1. กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านก็ดี เซฟเก็บไว้ก็ปังง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook https://www.facebook.com/fahsuaytravel22
โทร. 02-871-9398
Line id : @fahsuaytravel
โทร. 02-871-9398